เคาะประกันรายได้ข้าว จ่ายงวดแรก 14 ตุลาคม 65

สำหรับเงินประกันรายได้ข้าว ที่ชาวนารอคอยมานานแสนนานล่าสุด นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ หรือ นบข. ว่า ที่ประชุมให้ความเห็นชอบเรื่องสำคัญดังนี้คือ

1. เห็นชอบให้ดำเนินการนโยบายประกันรายได้หรือโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีที่ 4 ซึ่งหลักเกณฑ์เหมือน 3 ปีที่ผ่านมาทุกประการ วงเงิน 86,740 ล้านบาท คาดว่าเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจะเข้าร่วมโครงการจำนวน 4.68 ล้านครอบครัว กำหนดระยะเวลาการขึ้นทะเบียนสำหรับข้าวนาปี ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-31 ต.ค.2565 แต่ภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.2565 -28 ก.พ.2566 โดยจะมีการกำหนดราคาตลาดเพื่อกำหนดราคาทุก 7 วัน และจะจ่ายเงินส่วนต่าง(ถ้ามี) จำนวน 33 งวด ๆ แรกเริ่มต้น 14 ต.ค.2565 งวดสุดท้ายวันที่ 26 พ.ค.2566

2.เห็นชอบมาตรการคู่ขนาน ซึ่งเป็นมาตรการที่จะนำมาใช้ในช่วงที่ข้าวออกสู่ตลาดมาก และจะส่งผลกระทบให้ราคาข้าวในตลาดราคาตก มี 3 มาตรการประกอบด้วย ให้เกษตรกรชะลอการขาย ตั้งเป้าหมาย 2.5 ล้านตัน จะช่วยชดเชยตันละ 1,500 บาท สำหรับสถาบันเกษตรกรที่ชะลอขายข้าวจะช่วยดอกเบี้ยร้อยละ 3 ตั้งเป้า 1 ล้านตัน ช่วยโรงสีที่เก็บข้าวไว้ไม่ปล่อยออกสู่ตลาด จะช่วยดอกเบี้ยร้อยละ 3 เป้าหมาย 4 ล้านตัน รวมวงเงิน 7,107 ล้านบาท

3.เห็นชอบให้ดำเนินการ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในเรื่องต้นทุนและการบริหารจัดการข้าว หรือที่เรียกว่า ไร่ละ 1,000 รายละไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 20,000 บาทจำนวน 4.68 ล้านครอบครัว วงเงิน 55,364 ล้านบาท รวม 3 โครงการนี้เป็นวงเงินทั้งสิ้น 150,127 ล้านบาท

4.ที่ประชุมเห็นชอบให้ขยายเวลาในการแก้ปัญหาโครงการจำนำข้าวในอดีตที่ยังค้างคาอยู่ตั้งแต่ปีการผลิต 51/52 ถึง 65/67 ซึ่งโครงการจำนำข้าวที่ยังค้างคาอยู่มีทั้งหมด 7 โครงการ ที่ประชุมเห็นชอบให้ขยายเวลาในการแก้ปัญหาออกไปอีก 1 ปี เนื่องจากข้าวที่เป็นปัญหาจากการจำนำข้าวยังระบายไม่หมดเหลืออีก 218,000 ตัน โดยประมาณ และยังต้องเร่งรัดการดำเนินคดีต่อไป เพราะยังต้องดำเนินคดีทั้งหมด 1524 คดี ซึ่งยังค้างอยู่บางส่วน จำเป็นต้องขยายเวลาออกไปเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ทั้ง 2 ข้อ คือ เร่งระบายข้าวและเร่งดำเนินคดีทั้งหมด 1524 คดี จากโครงการจำนำข้าวให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งปี

5.ที่ประชุมเห็นชอบให้ขยายเวลาโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ออกไปอีก 1 ปี เพื่อส่งเสริมให้มีการปลูกข้าวอินทรีย์ที่มีคุณภาพต่อไป พร้อมทั้งสั่งการให้ที่ประชุมดำเนินการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ข้าวไทยปี 2563-2567 ที่เป็นความคืบหน้ารูปธรรมทุกครั้ง ที่มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ หรือ นบข. ว่าสามารถลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตเพิ่มรายได้ให้ชาวนาถึงไหน พันธ์ุข้าวที่เรากำหนดว่า 5 ปีจะเพิ่ม 12 พันธุ์ข้าวได้เพิ่มไปกี่พันธุ์แล้ว

เพื่อเพิ่มความหลากหลายของพันธุ์ข้าวไทย ที่จะไปแข่งขันในตลาดโลกต่อไปได้อย่างมีศักยภาพ และเรื่องการจัดประกวดพันธุ์ข้าวซึ่งขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยร่วมมือกันจัดประกวดพันธุ์ข้าวเพื่อได้พันธุ์ข้าวใหม่ มาจดทะเบียนรับรองพันธุ์ ซึ่งปีที่แล้วดำเนินการได้ 6 พันธุ์ และปีนี้จะดำเนินการอีกให้เสร็จสิ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ข้อมูลจากกรมการค้าภายในระบุว่า

โครงการประกันรายได้ข้าวปี 2565/66 ประกันรายได้ข้าว 5 ชนิด ประกอบด้วยข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาประกัน 15,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคาประกัน 14,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกปทุมธานี ราคาประกัน 11,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ราคาประกัน 10,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกเหนียว ราคาประกัน 12,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน