ฌอน บูรณะหิรัญ กลับมาแล้ว พร้อมประเดิม จัดรายการแรก

ทำเอาชาวโซเชียลต่างก็ฮือฮาเป็นอย่างมาก เมื่อ ฌอน บูรณะหิรัญ ไลฟ์โค้ชชื่อดังกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังจากหลายปีที่ผ่านมาเจอมรสุมชีวิต ล่าสุดฌอนเปิดรายการใหม่อย่าง Mental Matters ชวน ครูพีซ นักจิตวิทยา และผู้เชี่ยวชาญในการฝึกทักษะความสุข และความแข็งแกร่งทางจิตใจ มาทำรายการพอดแคสต์ เพื่อเผยเรื่องราวว่า ทำอย่างไรจึงได้ผ่านเรื่องท้าทายอย่างมีความสุข และสุขภาพดี รวมถึงแลกเปลี่ยนเรื่องน่าสนใจในการดูแลตัวเอง และวิเคราะห์เรื่องสุขภาพจิตของคนระดับโลก

โดยฌอน ได้เปิดใจว่า ถึงช่วงเวลาที่ได้พักจากสื่อ เพื่อได้ทักษะเยียวยา ระบบประสาทของตัวเอง เพื่อให้พร้อมและไปยาว

โดยว่า “ปกติผมเป็นคนให้อะไรเกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ว่าพอผมได้ความรู้มา ถ้าเราปล่อยให้ตัวเองไม่มีวิธีที่จะรักษาสุขภาพใจของตัวเอง มันพัฒนาไปถึงแพนิคได้ ระบบอัตโนมัติของเรามันพังแล้วก็รับอะไรไม่ได้แล้ว ผมได้ยินเกี่ยวกับแพนิคว่า มันจะรู้สึกว่าจะตา- นิ่ง ๆ ไปนอนที่พื้น ใจเต้นแรง ผมไม่อยากเป็นแบบนั้น เลยตระหนักรู้”

ฌอน บอกอีกว่าคนในสื่อ มีแบบนี้เยอะ ผมก็รู้ว่าตัวเองก็เป็นคนสาธารณะจึงอยากป้องกัน และเพื่อนที่เป็นนักจิตวิทยาก็บอกว่า


การที่ระบบอัตโนมัติของเรา สะสมความเครียดเรื่อย ๆ ก็จะพังลงเรื่อยๆ เหมือนโช้กของรถ ถ้าเจอไปเรื่อย ๆ ก็เสื่อม กระแทกแล้วเสื่อมได้

โดยช่วงที่พักจากสื่อเพื่อที่จะได้ทักษะเยียวยา ระบบอัตโนมัติของตัวเอง เพื่อให้พร้อมและก็ไปยาว ผมเลือกเพราะว่าได้ความรู้มา จะได้เป็นประโยชน์ให้กับคนอื่น จะได้มีความรู้ว่าเราต้องรักษาตอนนี้ ยิ่งเป็นคนมีความรับผิดชอบสูง และเป็นคนสาธารณะ ก็จะทำแล้วส่งผลดีต่อชีวิตเรา

ทำเอาชาวโซเชียลต่างก็ฮือฮาเป็นอย่างมาก เมื่อ ฌอน บูรณะหิรัญ ไลฟ์โค้ชชื่อดังกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังจากหลายปีที่ผ่านมาเจอมรสุมชีวิต ล่าสุดฌอนเปิดรายการใหม่อย่าง Mental Matters ชวน ครูพีซ นักจิตวิทยา และผู้เชี่ยวชาญในการฝึกทักษะความสุข และความแข็งแกร่งทางจิตใจ มาทำรายการพอดแคสต์ เพื่อเผยเรื่องราวว่า ทำอย่างไรจึงได้ผ่านเรื่องท้าทายอย่างมีความสุข และสุขภาพดี รวมถึงแลกเปลี่ยนเรื่องน่าสนใจในการดูแลตัวเอง และวิเคราะห์เรื่องสุขภาพจิตของคนระดับโลก

โดยฌอน ได้เปิดใจว่า ถึงช่วงเวลาที่ได้พักจากสื่อ เพื่อได้ทักษะเยียวยา ระบบประสาทของตัวเอง เพื่อให้พร้อมและไปยาว

 

 

โดยว่า “ปกติผมเป็นคนให้อะไรเกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ว่าพอผมได้ความรู้มา ถ้าเราปล่อยให้ตัวเองไม่มีวิธีที่จะรักษาสุขภาพใจของตัวเอง มันพัฒนาไปถึงแพนิคได้ ระบบอัตโนมัติของเรามันพังแล้วก็รับอะไรไม่ได้แล้ว ผมได้ยินเกี่ยวกับแพนิคว่า มันจะรู้สึกว่าจะตา- นิ่ง ๆ ไปนอนที่พื้น ใจเต้นแรง ผมไม่อยากเป็นแบบนั้น เลยตระหนักรู้”

ฌอน บอกอีกว่าคนในสื่อ มีแบบนี้เยอะ ผมก็รู้ว่าตัวเองก็เป็นคนสาธารณะจึงอยากป้องกัน และเพื่อนที่เป็นนักจิตวิทยาก็บอกว่า

 

 

การที่ระบบอัตโนมัติของเรา สะสมความเครียดเรื่อย ๆ ก็จะพังลงเรื่อยๆ เหมือนโช้กของรถ ถ้าเจอไปเรื่อย ๆ ก็เสื่อม กระแทกแล้วเสื่อมได้

โดยช่วงที่พักจากสื่อเพื่อที่จะได้ทักษะเยียวยา ระบบอัตโนมัติของตัวเอง เพื่อให้พร้อมและก็ไปยาว ผมเลือกเพราะว่าได้ความรู้มา จะได้เป็นประโยชน์ให้กับคนอื่น จะได้มีความรู้ว่าเราต้องรักษาตอนนี้ ยิ่งเป็นคนมีความรับผิดชอบสูง และเป็นคนสาธารณะ ก็จะทำแล้วส่งผลดีต่อชีวิตเรา